หน้าแรกบทความ › โปรแกรมขายหน้าร้าน ฟรี

โปรแกรมขายหน้าร้าน ฟรี มีจริงไหม เทียบตัวเลือกในไทยแบบตรงไปตรงมา

สำหรับเจ้าของร้านชำและร้านค้าปลีก · อ่าน 6 นาที

พอเริ่มขายของได้สักพัก หลายคนก็เริ่มพิมพ์ค้นในมือถือว่า "โปรแกรมขายหน้าร้าน ฟรี" เพราะรู้สึกว่าจดใส่สมุดมันเริ่มไม่ไหว แต่จะให้ควักเงินจ่ายรายเดือนตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะเวิร์กไหมก็ใจไม่ถึง

คำถามคือ ของฟรีที่ว่ามันมีจริงไหม แล้วใช้ได้จริงแค่ไหนสำหรับร้านชำหรือร้านค้าปลีกบ้านเรา บทความนี้จะเล่าให้ฟังแบบเจ้าของร้านคุยกัน ไม่ขายของจนน่ารำคาญ

"ฟรี" ในโลกโปรแกรมขายหน้าร้าน มันมีหลายแบบ

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่าคำว่าฟรีที่เจอ มันไม่ได้แปลว่าเหมือนกันหมด

เวลาเห็นคำว่าฟรี ให้ถามต่อทันทีว่า "ฟรีแบบไหน แล้วมันไปหักเราตรงไหนแทน" เพราะไม่มีใครทำของให้ใช้ฟรีตลอดโดยไม่ได้อะไรกลับ

ตัวเลือกที่ฟรีจริงในไทย ใช้ได้แค่ไหน

1. สมุดกับเครื่องคิดเลข อย่าเพิ่งหัวเราะ นี่คือ "ระบบ" ที่ร้านชำไทยใช้มากที่สุด และมันฟรีที่สุด ข้อดีคือไม่ต้องเรียนรู้อะไร เปิดร้านได้เลย ข้อเสียคือพอของเยอะขึ้น ลูกค้าเยอะขึ้น มันเริ่มพลาด จดตกบ้าง บวกเลขผิดบ้าง สิ้นเดือนมานั่งงงว่าเงินหายไปไหน

2. Google Sheets หรือ Excel ฟรี (ถ้ามีบัญชี Google) ยืดหยุ่นมาก อยากได้ช่องอะไรก็ทำเอง เหมาะกับคนที่ถนัดคอม ข้อเสียคือต้องทำสูตรเอง ดูแลเอง และเวลาขายหน้าร้านจริงๆ มันไม่ได้ออกแบบมาให้กดเร็วๆ ตอนลูกค้าต่อคิว บางทีกดผิดเซลล์ทีข้อมูลเพี้ยนทั้งแถว

3. แอป POS ฟรีจากต่างประเทศ มีหลายตัวที่มีแพ็กเกจฟรีจริง เช่น Loyverse ที่คนไทยใช้กันเยอะพอสมควร ตัวนี้ให้ขายหน้าร้าน จัดการสต็อกพื้นฐานได้ฟรี ถือว่าดีในระดับราคา (ศูนย์บาท) ควรลองด้วยซ้ำถ้าอยากเริ่มแบบไม่เสียเงิน

แต่ของฟรีกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ออกแบบมาแบบสากล ไม่ได้เจาะพฤติกรรมร้านไทยโดยเฉพาะ พอใช้ไปเรื่อยๆ หลายคนจะเริ่มเจอกำแพงบางอย่าง ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

จุดที่ของฟรีมักไปไม่สุด สำหรับร้านไทยจริงๆ

เรื่องลูกหนี้ (ขายเชื่อ) นี่คือหัวใจของร้านชำไทยที่ของฟรีสากลมักไม่มี ป้าข้างบ้านมาซื้อของ บอกว่าสิ้นเดือนค่อยจ่าย เราก็จดใส่สมุดหน้าหลัง พอลูกหนี้เยอะๆ เข้า เริ่มจำไม่ได้ว่าใครค้างเท่าไหร่ ใครจ่ายไปแล้ว บางทีทวงซ้ำจนลูกค้าไม่พอใจ บางทีลืมทวงจนเงินจม

เรื่องสต็อกที่มีเป็นร้อยเป็นพันรายการ ร้านชำหนึ่งร้านมีสินค้าง่ายๆ ก็หลายร้อยรายการ ทั้งขนม น้ำ ของใช้ ของฟรีบางตัวจำกัดจำนวนสินค้าในแพ็กเกจฟรี หรือพอใส่ของเยอะๆ แล้วเริ่มอืด การเช็คว่าอะไรใกล้หมด อะไรค้างสต็อกนาน กลายเป็นเรื่องยาก

เรื่องสั่งของเข้าร้าน ปกติเราต้องโทรหาเซลส์ จดออเดอร์ใส่กระดาษ ลุ้นว่าของจะมาครบไหม ของฟรีทั่วไปไม่ได้เชื่อมกับร้านส่ง เราก็ต้องทำมือทุกอย่างเหมือนเดิม

เรื่องรับออเดอร์ออนไลน์ ทุกวันนี้ลูกค้าทักมาสั่งของทาง LINE กันเยอะ ถ้าไม่มีระบบ ก็ต้องไล่อ่านแชท จดเอง ตอบเอง พลาดง่ายมากเวลาออเดอร์เข้าพร้อมกันหลายคน

เรื่องภาษาและพร้อมเพย์ เมนูภาษาอังกฤษล้วน พนักงานอายุมากใช้ยาก และบางตัวไม่รองรับ QR พร้อมเพย์ในตัว ต้องไปหาทางออกเอง

สรุป ควรเลือก "ฟรี" หรือ "จ่ายนิดหน่อย" ตอนไหน

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับร้าน ลองเช็กตัวเองแบบนี้

เลือกของฟรีไปก่อนได้ ถ้า

ถึงเวลาควรพิจารณาของที่จ่ายนิดหน่อย ถ้า

จุดตัดง่ายๆ คือ ถ้าเวลาที่เสียไปกับการจดมือ ตามลูกหนี้ และแก้ของผิด มันเริ่มแพงกว่าค่ารายเดือนของโปรแกรม นั่นแหละคือสัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยน

อยากลองแบบไม่ต้องรีบตัดสินใจ

Pokpok เป็นระบบขายหน้าร้านบนมือถือที่ทำมาสำหรับร้านค้าปลีกไทยโดยเฉพาะ ใช้มือถือเครื่องเดียวก็เปิดร้านได้ มีระบบลูกหนี้ สั่งของจากร้านส่งในแอป และรับออเดอร์ออนไลน์ผ่าน LINE เริ่มที่ ฿199/เดือน แต่ทดลองใช้ฟรี 60 วันแบบครบทุกฟีเจอร์ ไม่ต้องผูกบัตร

ดูรายละเอียดและเริ่มทดลองฟรี

ข้อแนะนำจากใจคือ ลองของฟรีที่มีอยู่ก่อนก็ได้ ไม่เสียหาย แล้วค่อยเอา Pokpok มาลองเทียบในช่วง 60 วันฟรี ดูว่าอันไหนทำให้ร้านเราจัดการง่ายขึ้นจริง เพราะเครื่องมือที่ดีที่สุดคืออันที่เราใช้แล้วร้านเดินได้ลื่นขึ้น ไม่ใช่อันที่ถูกที่สุดเฉยๆ